การใช้เลเวอเรจใน Exness ประเทศไทย
เรียนรู้การใช้เลเวอเรจใน Exness อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงสำหรับนักเทรดไทย
ความหมายและหลักการของเลเวอเรจในการเทรด
เลเวอเรจเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้นักเทรดสามารถควบคุมสถานะการเทรดที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนที่มีอยู่จริง บริษัทของเราให้บริการเลเวอเรจแบบไม่จำกัดสำหรับลูกค้าที่มีประสบการณ์ แต่เราแนะนำให้นักเทรดมือใหม่เริ่มต้นด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสม
การทำงานของเลเวอเรจคือการยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มขนาดของการลงทุน หากคุณมีเงินทุน 1,000 บาทและใช้เลเวอเรจ 10:1 คุณจะสามารถเปิดสถานะการเทรดมูลค่า 10,000 บาท ผลกำไรและขาดทุนจะถูกคำนวณจากมูลค่าเต็มของสถานะ
ประเภทของเลเวอเรจที่เรามีให้บริการ
เราให้บริการเลเวอเรจที่หลากหลายตามประเภทของตราสาร คู่สกุลเงินหลักสามารถใช้เลเวอเรจสูงสุด 1:2000 ในขณะที่ดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์จำกัดอยู่ที่ 1:200 หุ้น CFDs มีเลเวอเรจสูงสุด 1:20 เพื่อความปลอดภัย
การกำหนดอัตราเลเวอเรจขึ้นอยู่กับความผันผวนของตราสารแต่ละประเภท ตราสารที่มีความผันผวนสูงจะมีเลเวอเรจที่จำกัดมากกว่า เพื่อปกป้องนักเทรดจากความเสี่ยงที่มากเกินไป
| ประเภทบัญชี | สเปรดขั้นต่ำ | ค่าคอมมิชชั่น | เลเวอเรจสูงสุด |
|---|---|---|---|
| Standard | 0.3 pips | ไม่มี | ไม่จำกัด |
| Raw Spread | 0.0 pips | $3.5/lot | ไม่จำกัด |
| Pro | 0.1 pips | ไม่มี | ไม่จำกัด |
ขั้นตอนการเปิดบัญชีและการตั้งค่าเลเวอเรจ
การเริ่มต้นใช้เลเวอจกับเราต้องผ่านขั้นตอนการสมัครสมาชิกที่ง่ายดาย เข้าไปที่เว็บไซต์ของเราและเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้ง กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ปลอดภัย จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น คุณจะสามารถเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสม บัญชี Standard เหมาะสำหรับมือใหม่ด้วยสเปรดเริ่มต้น 0.3 pips โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น บัญชี Raw Spread มีสเปรดเริ่มต้น 0.0 pips แต่มีค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย
การฝากเงินด้วยสกุลเงินบาทไทย
เรารองรับการฝากเงินด้วยสกุลเงินบาทไทยผ่านธนาคารในประเทศ การโอนเงินผ่านออนไลน์แบงกิ้งใช้เวลาประมวลผลไม่เกิน 15 นาที การฝากผ่าน QR Code สามารถทำได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร
จำนวนเงินฝากขั้นต่ำคือ 10 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยจำนวนเงินเล็กน้อยเพื่อทดสอบระบบ การถอนเงินใช้วิธีการเดียวกันกับการฝากและไม่มีค่าธรรมเนียม
การเลือกอัตราเลเวอเรจที่เหมาะสม
การเลือกอัตราเลเวอเรจต้องพิจารณาจากระดับประสบการณ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นักเทรดมือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยเลเวอเรจ 1:10 หรือ 1:20 เพื่อเรียนรู้การจัดการความเสี่ยง เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจึงค่อยเพิ่มอัตราส่วน
อัตราเลเวอเรจ 1:50 เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ปานกลาง สามารถสร้างผลกำไรได้ดีในขณะที่ยังควบคุมความเสี่ยงได้ การใช้เลเวอเรจสูงกว่า 1:100 ต้องมีทักษะการจัดการความเสี่ยงที่ดีมาก
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกเลเวอเรจ
ขนาดของเงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดเลเวอเรจ หากมีเงินทุนน้อย การใช้เลเวอเรจสูงจะเพิ่มความเสี่ยงของการสูญเสียเงินทุนทั้งหมด ความผันผวนของตราสารที่เลือกเทรดก็มีผลต่อการตัดสินใจ
การปรับเลเวอเรจตามสภาวะตลาด
ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง เราแนะนำให้ลดอัตราเลเวอเรจลง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่มากเกินไป เหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจสามารถทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
การติดตามปฏิทินเศรษฐกิจจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวน การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญมักทำให้ตลาดเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ
| อัตราเลเวอเรจ | ความเสี่ยงต่อการเทรด | ขนาด lot แนะนำ | Margin ที่ต้องการ |
|---|---|---|---|
| 1:10 | 2% | 0.01 | $100 |
| 1:50 | 1.5% | 0.02 | $40 |
| 1:100 | 1% | 0.03 | $30 |
เครื่องมือและแพลตฟอร์มการเทรด
เรามีแพลตฟอร์มการเทรดหลากหลายให้เลือกใช้ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่มีเครื่องมือวิเคราะห์ครบครัน Exness Trader App เป็นแอปพลิเคชันของเราที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเทรดบนมือถือ
การใช้งาน Web Terminal ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม สามารถเทรดผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้ทันที รองรับการแสดงผลแบบ Real-time และมีเครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคครบครัน
คุณสมบัติของ MetaTrader 4 และ 5
MetaTrader 4 มีความเสถียรสูงและเหมาะสำหรับการเทรด Forex รองรับ Expert Advisors สำหรับการเทรดอัตโนมัติ มีตัวชี้วัดทางเทคนิคมากกว่า 30 ตัว และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ
MetaTrader 5 มีคุณสมบัติที่ทันสมัยกว่า รองรับการเทรดหุ้นและตราสารอื่นๆ มีระบบ Depth of Market และเครื่องมือวิเคราะห์ที่หลากหลายมากกว่า การประมวลผลเร็วกว่าและรองรับการเทรดหลายตลาดพร้อมกัน
กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงในการใช้เลเวอเรจ
การจัดการความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรดด้วยเลเวอเรจ การใช้ Stop Loss ในทุกการเทรดเป็นกฎที่ไม่ควรละเลย กำหนดระดับ Stop Loss ก่อนเปิดสถานะและไม่เปลี่ยนแปลงระหว่างการเทรด
การคำนวณขนาดสถานะที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากเงินทุนทั้งหมดและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เราแนะนำให้เสี่ยงไม่เกิน 2% ของเงินทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
นี่คือขั้นตอนการคำนวณขนาดสถานะ:
- กำหนดจำนวนเงินที่ยอมรับจะเสียได้
- คำนวณระยะห่างระหว่างราคาเปิดและ Stop Loss
- หารจำนวนเงินที่เสี่ยงได้ด้วยระยะห่างเป็น pips
- ได้ขนาด lot ที่เหมาะสม
การใช้ Take Profit อย่างมีประสิทธิภาพ
Take Profit ช่วยล็อกผลกำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ การกำหนด Take Profit ควรใช้อัตราส่วน Risk-Reward อย่างน้อย 1:2 หมายความว่าผลกำไรที่คาดหวังต้องมากกว่าความเสี่ยงสองเท่า
การใช้ Trailing Stop จะช่วยปกป้องผลกำไรที่เกิดขึ้นแล้ว โดยปรับระดับ Stop Loss ตามทิศทางที่กำไร วิธีนี้ช่วยให้คุณได้ผลกำไรสูงสุดจากเทรนด์ที่ดี
การเทรดด้วยเลเวอเรจในตลาดไทยและสากล
ตลาดไทยมีลักษณะเฉพาะที่นักเทรดควรเข้าใจ ช่วงเวลาเปิดตลาดหุ้นไทยคือ 10:00-16:30 น. ความผันผวนมักสูงในช่วงเปิดและปิดตลาด การเทรด Forex มีความได้เปรียบเพราะเปิดตลาด 24 ชั่วโมง
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยมีความสำคัญ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูลเงินเฟ้อ และดุลการค้าล้วนส่งผลต่อค่าเงินบาท
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเทรด
ช่วงเวลา 21:00-01:00 น. ตามเวลาไทยเป็นช่วงที่ตลาด London และ New York เปิดพร้อมกัน ความผันผวนสูงและมีโอกาสทำกำไรดี แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม
ช่วงเวลา 08:00-10:00 น. เป็นช่วงที่ตลาดเอเชียมีความเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับการเทรดคู่สกุลเงินเอเชีย การวิเคราะห์ข่าวสารจากญี่ปุ่นและจีนมีความสำคัญ
เทคนิคการวิเคราะห์สำหรับการเทรดเลเวอเรจ
การวิเคราะห์เทคนิคเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจเทรด การใช้ Moving Average ช่วยระบุทิศทางของเทรนด์ MA 20 และ MA 50 เป็นตัวชี้วัดที่นิยมใช้ เมื่อ MA ระยะสั้นตัดขึ้น MA ระยะยาวแสดงถึงสัญญาณซื้อ
RSI (Relative Strength Index) ช่วยระบุสภาวะ Overbought และ Oversold ค่า RSI เหนือ 70 แสดงว่าราคาอาจจะปรับตัวลง ค่าต่ำกว่า 30 แสดงว่าราคาอาจจะปรับตัวขึ้น
การวิเคราะห์แคนเดิลสติกให้ข้อมูลเกี่ยวกับจิตวิทยาของตลาด Doji แสดงถึงความลังเลของตลาด Hammer ในจุดต่ำเป็นสัญญาณกลับตัวขึ้น Shooting Star ในจุดสูงเป็นสัญญาณกลับตัวลง
การใช้ Support และ Resistance
Support และ Resistance เป็นระดับราคาที่สำคัญในการวางแผนการเทรด Support คือระดับที่ราคามักจะหยุดลดลง Resistance คือระดับที่ราคามักจะหยุดเพิ่มขึ้น
การเทรด Breakout เป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีเมื่อราคาทะลุ Support หรือ Resistance ที่สำคัญ ใช้เลเวอเรจปานกลางเพราะการ Breakout มักมีความเคลื่อนไหวที่รุนแรง
นี่คือสัญญาณที่ควรระวัง:
- ปริมาณการซื้อขายลดลงก่อน Breakout
- การทดสอบระดับหลายครั้งโดยไม่ทะลุ
- การ Breakout ในช่วงที่ตลาดเงียบ
การใช้เครื่องมือพิเศษและบริการเสริม
เรามีบริการ Copy Trading ที่ช่วยให้นักเทรดมือใหม่สามารถเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถเลือกติดตาม Strategy Provider ที่มีผลงานดีและคัดลอกการเทรดของพวกเขา ระบบจะคัดลอกการเทรดโดยอัตโนมัติตามอัตราส่วนที่กำหนด
VPS (Virtual Private Server) เป็นบริการที่เราให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่มียอดเทรดตามเงื่อนไข ช่วยให้การเทรดมีความเสถียรและไม่ขาดการเชื่อมต่อ เหมาะสำหรับการใช้ Expert Advisors
การรวม TradingView ในแพลตฟอร์มของเราให้คุณเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง แชร์ไอเดียการเทรดกับนักเทรดทั่วโลก และใช้ตัวชี้วัดที่หลากหลาย
โปรแกรมความภักดีและสิทธิประโยชน์
โปรแกรม Exness Rewards ให้คุณสะสมแต้มจากการเทรด แลกเป็นเงินสดหรือสิทธิประโยชน์พิเศษที่เพิ่มมูลค่าแก่การลงทุนของคุณในตลาดไทย
| บริการเสริม | รายละเอียด | ข้อกำหนด |
|---|---|---|
| Copy Trading | คัดลอกกลยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญ | มีบัญชีและยอดเทรดขั้นต่ำ |
| VPS ฟรี | เซิร์ฟเวอร์สำหรับเทรดอัตโนมัติ | มียอดเทรดตามเงื่อนไข |
| TradingView Integration | เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง | รองรับทุกบัญชีเทรด |
❓ FAQ
เลเวอเรจใน Exness คืออะไร?
เลเวอเรจคือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเทรดด้วยเงินทุนสูงกว่าที่มีจริง โดยยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน
ฉันจะตั้งค่าเลเวอเรจในบัญชีได้อย่างไร?
หลังจากเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนแล้ว คุณสามารถเลือกอัตราเลเวอเรจที่เหมาะสมผ่านหน้าการตั้งค่าบัญชีในแพลตฟอร์มของเรา
Exness รองรับแพลตฟอร์มใดบ้างสำหรับการเทรดในไทย?
เรารองรับ MetaTrader 4, MetaTrader 5, Exness Trader App และ Web Terminal ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือครบครัน